วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2559

เปรียบเทียบอุปกรณ์ MikroTik Router

เปรียบเทียบอุปกรณ์ MikroTik Router 

MikroTik Router เป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่มีความสามารถในการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนหรือดัดแปลงการตั้งค่าต่างๆ ได้ค่อนข้างอิสระ จึงทำให้ในปัจจุบันเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในการนำไปใช้งาน ในระบบเครือข่ายทั้งในระดับบุคคลหรือองค์กร ซึ่งอุปกรณ์ของ MikroTik ก็มีให้เลือกหลากหลายรุ่นตามวัตถุประสงค์ ในการใช้งานหรือการรองรับการใช้งานที่แตกต่างกันไป วันนี้เราจะมาแนะนำและเปรียบเทียบคุณสมบัติของ MikroTik รุ่นที่เหมาะกับการใช้งานในระบบเครือข่ายขนาด กลาง เพื่อช่วยในการตัดสินใจว่าระบบเครือข่ายของท่านต้องใช้อุปกรณ์รุ่นไหนถึงที่เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการ โดยเราจะมาเปรียบเทียบ MikroTik รุ่น RB450G, RB850Gx2 และน้องใหม่ล่าสุดอย่าง RB3011UiAS-RM เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจกัน


  • MikroTik รุ่น RB450G ตัวเครื่องมาพร้อมกับซีพียู MIPS-BE ที่ความเร็ว 680 MHz จำนวน 1 Core มีหน่วยความจำ 256 MB และฮาร์ดดิสก์ขนาด 512 MB พร้อมติดตั้ง Gigabit Port 5 พอร์ต รองรับผู้ใช้งานได้พร้อมกันประมาณ 30-50 อุปกรณ์ เหมาะกับการใช้งานในองค์กรขนาดเล็กถึงกลาง หรือหอพัก อพาร์ทเม้นท์ ที่ต้องการทำระบบ Wifi Hotspot ที่มีจำนวนห้องหรือผู้ใช้งานประมาณ 50 ผู้ใช้
  • MikroTik รุ่น RB850Gx2 ตัวเครื่องมาพร้อมกับซีพียู PPC แบบ Dual Core ที่ความเร็ว 533 MHz หน่วยความจำ 512 MB และฮาร์ดดิสก์ขนาด 512 MB พร้อมติดตั้ง Gigabit Port 5 พอร์ต รองรับผู้ใช้งานได้พร้อมกันประมาณ 100-150 อุปกรณ์ เหมาะกับการใช้งานในองค์กรขนาดกลาง หรือหอพัก อพาร์ทเม้นท์ และโรงแรม ที่ต้องการทำระบบ Wifi Hotspot ที่มีจำนวนห้องหรือผู้ใช้งานประมาณ 150 ผู้ใช้
  • MikroTik รุ่น RB3011UiAS-RM ตัวเครื่องมาพร้อมกับซีพียู ARM แบบ Dual Core ที่ความเร็ว 1.4 GHz หน่วยความจำ 1 GB และฮาร์ดดิสก์ภายในขนาด 128 MB พร้อมติดตั้ง Gigabit Port 10 พอร์ต และ SFP อีก 1 พอร์ต และพอร์ต USB 3.0 type A จำ นวน 1 พอร์ต เพื่อใช้เพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล หรือการเชื่อมต่อ 3G/4G พร้อมด้วยหน้าจอ LCD แสดงสถานะการทำงาน สามารถรองรับผู้ใช้งานได้พร้อมกันประมาณ 150-180 อุปกรณ์ เหมาะกับใช้งานในองค์กรกลาง หรือหอพัก อพาร์ทเม้นท์ และโรงแรมที่ ต้องการทำระบบ Wifi Hotspot ที่มีจำนวนห้องหรือผู้ใช้งานประมาณ 180 ผู้ใช้ 
อ่านบทความเพิ่มเติ่มได้ที่ http://www.ez-genius.com/index.php/presets/about-mikrotik/190-article-compare-mikrotik

วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2559


การใช้งานคำสั่ง Canvas Size… ในโปรแกรม PhotoShop


ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักคำสั่ง Canvas Size ก่อนว่าคืออะไร Canvas Size ในโปรแกรม Photoshop เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการจัดการพื้นที่การทำงาน เช่น ลด หรือเพิ่มพื้นที่การทำงาน ซึ่งจะไม่มีผลกระทบใดๆ กับความละเอียดของรูปภาพ (Resolution) หรือทำให้สัดส่วนของภาพเพี้ยนไปจากเดิมแต่อย่างใด
ซึ่งเราจะสามารถใช้คำสั่ง Canvas Size ได้เมื่อเราได้ทำการเปิดไฟล์ภาพขึ้นมาแล้ว จากนั้นไปที่เมนู Image แล้วคลิกคำสั่ง Canvas Size จะปรากฏหน้าต่าง Canvas Sizeเพื่อให้เรากำหนดค่าการใช้งาน ดังนี้

Current Size :: จะแสดงขนาดของรูปภาพ
New Size ให้เรากำหนดขนาด รูปแบบ ของพื้นที่การทำงาน สีของขอบการทำงาน ดังนี้
·         Width : กำหนดขนาดความกว้าง
·         Height : กำหนดขนาดความสูง
·         Relative : กำหนดให้ความกว้างและความสูงที่จะขยายหรือลด มีความสัมพันธ์กัน
·         Anchor : กำหนดทิศทางของแขนที่จะขยายหรือลด
·         Canvas extension color : กำหนดสีที่ต้องการให้แสดงส่วนของบริเวณที่ขยายออก หรือเลือกใช้งานค่าพื้นฐานของโปรแกรม

ตัวอย่างนี้เราจะใช้คำสั่ง  Canvas Size สร้างกรอบรูปสีขาว โดยมีขั้นตอนดังนี้
1.       เปิดไฟล์ภาพขึ้นมา แล้วคลิกเมนู Image > Canvas Size

2.       จะปรากฏหน้าต่าง Canvas Size ขึ้นมา โปรแกรมจะแสดงค่าขนาดความกว้างและความสูงของรูปภาพ


3.       ติ๊กถูกที่คำสั่ง Relative เพื่อให้ New Size ทั้งความกว้างและความสูงของรูปภาพเป็นค่าเริ่มต้นที่ 0
4.       พิมพ์ขนาดที่ต้องการขยายลงไปที่ช่อง Width และ Height ตัวอย่างนี้กำหนดเป็น 60 หน่วยเป็น Pixels
5.       ที่ช่อง Anchor คลิกเป็นปุ่มตรงกลาง เพื่อให้พื้นที่ขยายจากกึ่งกลางของรูป
6.       ที่ช่อง Canvas extension color เลือกเป็น White (หากต้องการสีอื่นให้คลิกที่คำสั่ง Other… จะปรากฏหน้าต่าง Color Picker (Canvas extension color) มาให้เราเลือกสีที่ต้องการ)
7.       คลิกปุ่ม OK.




ตัวอย่างที่ 2 เราจะนำรูปภาพที่มีมาทำเป็นโปสการ์ดด้วยคำสั่ง Canvas Size โดยมีขั้นตอน ดังนี้
1.       เปิดรูปภาพที่ต้องการขึ้นมา แล้วคลิกเมนู Image > Canvas Size
2.       ที่หน้าต่าง Canvas Size กำหนดค่า ดังรูป
·         Width = 20 Pixels, Height = 20 Pixels
·         ติ๊กที่ Relative
·         ที่ช่อง Anchor คลิกที่กึ่งกลาง
·         Canvas extension color เลือกเป็น White
·         แล้วคลิกปุ่ม OK

3.       คลิกเมนู Image แล้วคลิกคำสั่ง Canvas Size อีกครั้ง ที่หน้าต่าง Canvas Size ให้กำหนดค่า ดังนี้
·         Height = 200 Pixels
·         ติ๊กที่ Relative
·         Anchor คลิกเลือกเป็นด้านบน เพื่อขยายพื้นที่ส่วนด้านล่าง
·         Canvas extension color เลือกเป็น White
·         แล้วคลิกปุ่ม OK

เพียงเท่านี้เราก็จะได้โปสการ์ดสวยๆ ไว้เขียนข้อความแล้ว



วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

การเก็บ LOG ของ MikroTik Router ผ่าน Flash Drive

การเก็บ LOG File ของ MikroTik ผ่าน Flash Drive


การเก็บ Log ของ MikroTik Router สามารถเก็บได้ด้วยความจำภายในตัวของ MikroTik แต่ไม่สามารถเก็บได้ครบตามจำนวนวัน ที่ทาง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์กำหนดไว้ เนื่องจากพื้นที่ในหน่วยความจำมีให้ค่อนข้างน้อย ดังนั้นการที่เราจะเก็บ Log ให้ครบตามวันที่ทางพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์กำหนดไว้ จึงจำเป็นจะต้องจัดเก็บไปไว้ยังอุปกรณ์อื่น ซึ่งสามารถเก็บได้หลายช่องทาง วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเก็บ Log ผ่านอุปกรณ์ Flash Drive โดยวิธีการมี ดังนี้

1. คอนฟิก MikroTik ด้วยโปรแกรม Winbox เมื่อเข้าโปรแกรมมาแล้วให้ทำการเชื่อมต่อ Flash Drive เข้ากับตัวเครื่อง MikroTik (รุ่นที่นำมาเป็นตัวอย่างคือ RB751U-2HnD เพราะรุ่นนี้จะมีพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อ USB มาให้ในตัว) จากนั้นไปที่คำสั่ง System > Disks จะปรากฏหน้าต่าง Disk List ขึ้นมา โดยจะมีข้อมูลของ Flash Drive ที่เราได้เชื่อมต่ออยู่ขึ้นมา

ให้ทำการคลิกเพื่อเลือก จากนั้นคลิกคำสั่ง Eject Drive แล้วคลิกคำสั่ง Format Drive จะปรากฏหน้าต่าง Format Drive ขึ้นมา ให้คลิกปุ่ม Start แล้วรอจนกว่าจะทำการ Format เสร็จเรียบร้อย เพียงเท่านี้ Flash Drive ก็จะพร้อมใช้งานแล้ว



วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

วิธีการ Share User ที่อยู่บน User Manager ให้เข้าใช้งานได้ หลายเครื่องพร้อมๆ กัน

วิธีการ Share User ที่อยู่บน User Manager ให้เข้าใช้งานได้ หลายเครื่องพร้อมๆ กัน

โดยปกติแล้วหากเราใช้งาน Hotspot โดยใช้ User จาก MikroTik จะสามารถกำหนด Share User ใน User Profiles ได้เลย แต่หากเข้าใช้งานผ่าน User Manager ถึงแม้ว่าเราจะกำหนดการ Share User ใน Profile ไว้แล้วก็ตาม แต่ก็จะยังไม่สามารถกำหนดให้หนึ่ง User เข้าใช้งานหลายเครื่องพร้อมกันได้ เพราะเราจำเป็นจะต้องทำการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมใน Hotspot ของเครื่อง MikroTik เสียก่อน โดยมีวิธีการ ดังนี้
1. เข้าไปที่ MikroTik ไปที่คำสั่ง IP > Hotspot คลิกที่แท็บ User Profiles คลิกที่ปุ่ม + เพื่อสร้าง Profile ที่ต้องการจะกำหนดค่าการใช้งาน ที่ช่อง Name ตั้งชื่อตามที่ต้องการ (ตัวอย่างนี้จะตั้งชื่อเป็น Share Userman 2) ที่ช่อง Shared Users ให้เรากำหนดจำนวนที่ต้องการจะ Share User ว่าให้ใช้งานได้พร้อมกันกี่เครื่อง (ตัวอย่างนี้เป็น Share User : 2) จากนั้นคลิกปุ่ม OK (ส่วนของช่องอื่นๆ เราจะกำหนดการใช้งานผ่าน User Manager)


วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2558

การตรวจสอบเครื่องที่Fix IP เข้ามา และวิธีดูการใช้งาน Bandwidth ของเครื่องในระบบเครือข่าย

การตรวจสอบเครื่องที่ฟิก IP เข้ามา และวิธีดูการใช้งาน Bandwidth ของเครื่อง ในระบบเครือข่าย


     การตรวจสอบเครื่องที่เข้ามาใช้งานภายในระบบเครือข่าย โดยการที่เครื่องนั้น Fix IP เข้ามาแทนการรับ DHCP จาก MikroTik และวิธีการดูการใช้งาน Bandwidth ของเครืองภายในระบบเครือข่าย โดยปกติเครื่องที่ตั้งรับ IP แบบอัตโนมัติ หรือขอรับ IP จาก DHCP Server เราสามารถตรวจสอบเครื่องที่เข้ามารับ IP จาก DHCP ของ MikroTik ได้ที่เมนูคำสั่ง IP จากนั้นก็คลิกเลือก DCHP Server ที่แท็บ Leases แต่สำหรับบางเครื่องที่ทำการ Fix IP เพื่อเข้ามายังเครือข่าย ในหน้าต่างของ DHCP Server จะไม่สามารถแสดงได้ว่ามีเครื่องไหนหรือ IP อะไรเข้ามาใช้ในระบบเครือข่ายของเรา

     ดังนั้นหากต้องการตรวจสอบข้อมูลก็สามารถดูได้ที่


  1. เมนูคำสั่ง IP คลิกที่คำสั่ง Firewall ที่แท็บ Connections ก็จะแสดงหมายเลข IP ของครื่องต่างๆ ที่เข้ามาใช้งานและยังสามารถบอกได้ด้วยว่ากำลังทำการติดต่อกับ IP หมายเลขอะไรและติดต่อด้วย Port อะไรบ้างอีกด้วย



อ่านบทความการ Fix IP เพิ่มเติม http://www.ez-genius.com/images/rn/article/newarticle/FixTP_Bandwidth.pdf

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2558

การเซ็ต Folder Redirection บน Windows Server 2008 R2

การเซ็ต Folder Redirection บน Windows Server 2008 R2


1. สร้างโฟลเดอร์หลักสำหรับจัดเก็บข้อมูลของ User แต่ละคนขึ้นมา โดยกำหนดชื่อว่า Profiles
2. กำหนด Permission ที่แท็บ Sharing (Share Permissions) ให้กับโฟลเดอร์ Profiles ที่สร้างขึ้นมาดังนี้
  • Everyone = Full Control
  • Administrator = Full Control
  • System = Full Control
3. กำหนด Permission ที่แท็บ Security (NTFS Permissions) ให้กับโฟลเดอร์ Profiles ที่สร้างขึ้นมาดังนี้
  • Everyone กำหนดการสืบทอดเป็น This folder only แล้วเลือกค่า Permission เป็น Traverse folder/execute file, List folder/read data, Read attributes และ Create folders/append data
  • CREATOR OWNER กำหนดการสืบทอดเป็น Subfolders and Files Only แล้วเลือกค่า Permission เป็น Full Control
  • SYSTEM กำหนดการสืบทอดเป็น This folder, subfolders and files แล้วเลือกค่า Permission เป็น Full Control
  • Domain Admin กำหนดการสืบทอดเป็น This folder, subfolders and files แล้วเลือกค่า Permission เป็น Full Control
4. เปิดหน้าต่าง Group Policy Management ขึ้นมา แล้วสร้าง Group Policy Object ในระดับ OU ของ User นั้นๆ แล้วกำหนดค่า Policy โดยเข้าไปที่ User Configuration > Policies > Windows Settings > Folder Redirection จากนั้นคลิกขวาที่ Documents แล้วเลือก Properties

อ่านบทความการเซ็ต Folder Redirection บน Windows Server 2008 R2 เพิ่มเติม 

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การคอนฟิก Bridge เพื่อรวมการทำงานของ Port ให้อยู่ใน Interface เดียวกัน

การคอนฟิก Bridge เพื่อรวมการทำงานของ Port ให้อยู่ใน Interface เดียวกัน

โดยปกติแล้ว Interface ของ Port Ether ใน MikroTik จะไม่ได้ทำงานร่วมกัน โดยจะแยกการทำงานออกจากกัน ดังนั้นถ้าเราต้องการที่จะทำให้แต่ละ Port สามารถทำงานร่วมกันได้ เราต้องทำการร่วมให้เป็น Interface เดียวกัน ด้วยคำสั่ง Bridge ดังนี้

1. Connect เข้า MikroTik (ในตัวอย่างนี้จะใช้รุ่น RB750 GL) ผ่านโปรแกรม Winbox แล้วเลือกที่เมนูคำสั่ง Bridge จะปรากฏหน้าต่าง Bridge ที่แท็บ Bridge คลิกปุ่ม + จะได้หน้าต่าง New Interface ที่แท็บ General ช่อง Name ตั้งชื่อ Bridge ที่ต้องการ ในตัวอย่างนี้จะใช้ค่าเดิม bridge 1 จากนั้นคลิกปุ่ม OK


อ่านบทความเพิ่มเติม http://www.ez-genius.com/images/rn/article/newarticle/configBridge.pdf
ดูรายละเอียดที่ www.ez-genius.com
สอบถามโทร. 02-5096715, 082-5674412
LineID : ezgenius55